ร้อยไหม

ร้อยไหม

การยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหม จัดเป็นการยกกระชับอีกรูปแบบหนึ่งที่มีการทำมาหลายปี โดยเริ่มแรก อาจจะเป็นการยกกระชับด้วย เส้นไหม Aptos Threads เป็นไหมที่มีฟันปลาเล็กๆ อยู่ตลอดเส้นเพื่อดึงรั้งเนื้อใต้ผิวหนังให้ตึงขึ้น จัดเป็น กลุ่มเส้นไหมที่ไม่ละลาย เข็มที่ใช้มีขนาดใหญ่ ขณะทำจะเจ็บมาก มีรอยฟกช้ำมากหลังทำ และมักจะเกิดปัญหาในระยะยาวได้ เช่นนานๆ ไป พบแง่งไหมโผล่ออกมาจากผิวหนังให้เห็นต้องไปผ่าออก หรือ เมื่อเงี่ยง หรือ ฟันปลาหลุดออกเมื่ออายุมากขึ้น ก็ทำให้ไหมไมได้ผลตามต้องการ
เส้นไหมชนิด Polydioxanone (PDO) ซึ่งเป็น กลุ่มเส้นไหมที่ละลาย ที่ใช้ในการเย็บผนังเส้นเลือดหัวใจ สามารถปรับรูปหน้าได้ หลังจากรับการร้อยไหมแล้ว เส้นไหมจะค่อยๆ ละลายออกไปจากร่างการโดยระยะเวลาประมาณ 6 - 8 เดือน และจะกระตุ้นเซลล์ ที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนให้มาพันรอบแนวเส้นไหม ซึ่งทำให้ผิวมีการดึงรั้งการร้อยไหม จะทำให้ผิวกระชับขึ้น และปรับรูปให้หน้าเรียวขึ้น ช่วยทำให้เลือดไหลเวียน ไปยังบริเวณดังกล่าวได้ดีขึ้น ซึ่งการร้อยไหมด้วยไหมละลาย จึงเป็นการฟื้นฟูสภาพผิว พร้อมกับยกกระชับให้ใบหน้า ไปในตัว

ขั้นตอนการการร้อยไหม

  1. เมื่อศัลยแพทย์วิเคราะห์ปัญหาเรียบร้อยแล้ว จะทำการเตรียมผิวให้สะอาด ด้วยการ Cleansing ล้างเครื่องสำอาง ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน
  2. ทายาชาบริเวณที่ต้องการยกกระชับไว้ 30-45 นาที แล้วจึงเช็ดออกให้สะอาด พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการฆ่าเชื้อ
  3. แพทย์จะทำการฉีดยาชาบล็อกเพิ่มให้อีกรอบหนึ่งเพื่อป้องกันคนไข้เจ็บ ประมาณ 30 วินาที ก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการร้อยไหม
  4. แพทย์จะนำเส้นไหมที่อยู่ตรงปลายเข็มเข้าไปยึดตามเนื้อเยื่อผิว โดยจะใช้วิธีการร้อยเรียงเส้นไหมแบบเป็นมิติ โดยพิจารณาตามโครงสร้างโครงหน้าของคนไข้เป็นหลัก โดยใช้เวลาประมาณ 30 – 50 นาที ซึ่งหลังทำจะเห็นผลยกกระชับ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ผิวหน้าดูเรียบเนียน กระจ่างใสมากขึ้น
  5. หลังจากร้อยไหมเสร็จแล้ว ผู้ช่วยแพทย์ จะประคบเย็นให้ 15 นาที เพื่อบรรเทาอาการบวมหรือรอยเขียวช้ำ หลังทำ

ระยะเวลาในการทำร้อยไหม: ประมาณ 45 – 60 นาที

การปฏิบัติตัวหลังการทำร้อยไหม

  • งดทานยาหรือวิตามินที่ทำให้เลือดออก เช่น แอสไพริน, Vitamin E, ใบแป๊ะก๊วย
  • เวลานอน ให้นอนหงายนิ่งๆ อย่าเผลอนอนคว่ำ นอนตะแคงให้ใบหน้าถูกับหมอน เพราะอาจรู้สึกเจ็บในตำแหน่งที่ร้อยไหมได้ จนเกิดความรำคาญ
  • ภายในสัปดาห์แรกหลังเข้ารับการรักษาด้วยการ้อยไหมละลายควรสัมผัสใบหน้าเบาๆ บางคนเผลอล้างหน้าแรงๆ ก็อาจรู้สึกเจ็บที่ไหมได้ (ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสทั้งบริเวณที่รักษา 2-3 วัน)
  • ภายใน 2 สัปดาห์แรก ห้ามทำเลเซอร์ ทรีตเม้นต์นวดหน้าต่าง รวมทั้งว่ายน้ำ หรือโยคะ เนื่องจากการร้อยไหมนั้นมีรอยแผล เพียงแต่คุณมองไม่เห็น จึงควรป้องกันทุกกิจกรรมที่สร้างโอกาสให้เชื้อโรคซึมเข้าสู่ใบหน้าคุณได้
  • การร้อยไหมละลายจะเริ่มเห็นผลหลังรับบริการ 1 เดือน และเห็นผลชัดเจนเต็มที่ภายใน 6 เดือนแรก ดังนั้น หากระยะแรกยังไม่เห็นผลของการร้อยไหมละลาย อย่างเพิ่งใจร้อยไปฝ่าตัดทำศัลยกกรรมใดๆ ซ้ำอีก ควรรอดูผลชัดเจนของการร้อยไหมก่อน กรณีที่มีอาการข้างเคียง ตามราการด้านล่างให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำแพทย์ดังนี้
  • หลังการร้อยไหมควรทานยาแก้อักเสบเป็นระยะเวลา 7 วัน จะช่วยให้อาการอักเสบหายเร็วขึ้น
  • มีอาการบวม ปวด บริเวณร้อยไหม แก้โดยทานยาแก้ปวด ยาลดบวมได้ ช่วงแรกประคบเย็น วันหลังๆ ประคบอุ่น อาการบวมจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 7 วัน
  • รอยเขียวช้ำบริเวณที่ร้อยไหมอาจพบได้เล็กน้อย กรณีมีประวัติการทานยาลิ่มเลือด, Aspirin หรือ วิตามิน E อาหารเสริมบางชนิดเช่น Fish oil, Primrose รอยเขียวจะค่อยๆ จางลง และหายได้เองภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์
  • อาจมีปุ่มนูนเล็กๆ หรือรอยบุ๋มเกิดจากไหมที่ร้อยอยู่ชิดผิวหนังเกินไป เป็นอาการปกติ ประมาณ 1-2 เดือน จะค่อยๆ หายไปตามการละลายของไหม ไม่ต้องตกใจ
  • บางจุดหลังทำอาจมีเส้นไหมโผล่ (เส้นไหมจะมีสีม่วงเข้ม) เป็นเรื่องปกติ ให้กลับมาพบแพทย์เพื่อตัดไหมที่โผล่ออก อย่าดึงออกหรือตัดเอง
  • กรณีบริเวณที่ร้อยไหมบวม และปวดมากขึ้นเรื่องๆ แทนที่จะน้อยลง ให้รีบไปปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการ หรือเจ้าหน้าที่ตามเบอร์ที่ไห้ไว้ทันที อย่ารอจนถึงเวลานัด

 

ข้อดีของการร้อยไหม

  • ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อย ซึ่งหลังจากการ ร้อยไหม สามารถอยู่ได้นานและสามารถทำให้รูปใบหน้าเรียวเป็นรูปทรงวีเชฟ
  • ช่วยกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งจะทำให้ผิวเกิดการกระชับตึงขึ้น
  • ขณะที่ไหมละลาย อยู่ใต้ผิวหนัง จะทำให้เกิดการกระตุ้น สร้างเส้นเลือดใหม่ ทำให้ผิวเกิดการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น ทำให้ผิวเต่งตึงยกกระชับมากขึ้น

 

ข้อเสียของการร้อยไหม

  • ความเจ็บปวดขณะทำการร้อยไหม
  • หลังจากทำการร้อยไหมจะมีอาการบวมแดง รอยช้ำ อักเสบ ตามแนวการสอดไหม
  • ไหมที่ไม่ได้คุณภาพ อาจทำให้ไหมไม่ละลาย และจับตัวกันเป็นก้อน หรือมีหนองขึ้นตามไหม
  • ไม่มีหลักฐาน ทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าผิวหนังจะสามารถคงสภาพการกระชับได้นานแค่ไหน
  • ผิวจะหย่อนกลับสู่สภาพเดิมในระยะเวลาต่อมา
  • ผลข้างเคียงการร้อยไหมที่ไม่ไดมาตรฐานคือ คลำปมไหมได้ เห็นปลายไหมโผล่ชัดเจน
  • การร้อยไหมทอง ไม่สามารถแก้ไข หรือเอาออกได้ เนื่องจาก ทองถูกพังผืดยึดเอาไว้ หากไปดึงออกมาก็จะทำให้ผิวบุ๋ม จนเสียโฉมได้ เหมือนดึงรากต้นไม้ขึ้นมาหน้าดินก็จะแตก
  • การร้อยไหมแบบคงทน(เส้นไหมที่ไม่ละลาย) ก็ถือเป็นอันตราย เพราะจะก่อให้เกิดการก่อตัวของสิ่งแปลกปลอมได้ เนื่องจาก รูปหน้าคนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด
  • เมื่อร้อยไหมแบบคงทน หากวันหน้า มีการหย่อนคล้อยก็ต้องแก้ไปเรื่อยๆ สิ่งแปลกปลอม ก็จะเยอะสะสมจนเป็นเนื้องอกขึ้น

 

ข้อแนะนำในการทำร้อยไหม

  • สำรวจตัวเองก่อนว่า ใบหน้าของเรามีปัญหา ที่จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการร้อยไหมจริงๆ หรือไม่ เช่น วัยขึ้นเลขหลัก 3 ใบหน้าหย่อน ตก ไม่แน่นกระชับ และต้องไปพบศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำปรึกษาก่อน แต่ไม่ควรปรึกษาเพียงท่านเดียว
  • ต้องมีการศึกษาข้อมูล ความน่าเชื่อถือของแพทย์ด้วยว่าได้จบแพทย์ตกแต่งความงามมาจริงหรือไม่ ซึ่งหากเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริง จะเข้าใจปัญหาและจะให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนแก่คนไข้ เพื่อให้คนไข้ ได้เลือกวิธีการรักษาที่ดีที่สุด